วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ตอนที่ 304 : ความทรงจำ ของเด็กบ้านนอก ...

หากจะถามข้าพเจ้าว่า ...
" ... ความทรงจำใดในอดีต ของข้าพเจ้า ...
มีสีสัน มีรสชาติ มากที่สุด ? ... "
ก็ ...
อาจจะกล่าวได้ว่า ... ชีวิตสมัยที่ข้าพเจ้า
เรียนหนังสือที่สถาบันของเรา ... สจล.
ประมาณปี 2525 - 2529 ... โน่น
เป็นหนึ่งในความทรงจำ ที่ไม่เคยลืมเลือน
สมัยโน้น ...
เราเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก
เพราะ ถนนอ่อนนุช สมัยโน้น ...ก็มีสภาพผุพัง
เต็มไปด้วยหลุมๆ บ่อๆ ... ตลอดทาง
ประมาณ ว่า ...
จากสถาบันฯ ออกไปปากทางอ่อนนุช ถนนสุขุมวิท
โดยรถเมล์ผุๆ โสๆ ... ที่วิ่งประมาณ ชั่วโมงละ 1 คัน
ก็ใช้เวลาเดินทาง ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงแน่ๆ ....
นอกจากนี้ ...
สะพานที่ข้ามคลอง ... ตรงแถวๆ FBT
ก็หักขาดกลาง ... อย่างถาวร
ทำให้รถ วิ่งผ่านไม่ได้อยู่หลายปี
ดังนั้น ... โลกของลาดกระบัง
ก็ถูกตัดขาด จากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
สมัยโน้น ...
สถานีรถไฟของเรา เป็นสถานีเล็กๆ
รถไฟจะยอมแวะจอดให้ ... เพียง วันละ 4 เวลา
คือ ... ตอนเช้า 8.00 น. กับ 9.00 น.
ตอนบ่าย ... ก็แวะตอน 15.00 น. กับ 16.00 น. เท่านั้น
นอกจาก เวลาเหล่านี้แล้ว
ก็ต้องไปลงที่สถานีหัวตะเข้ ...
แล้วจากนั้น ...
ก็เดินเท้า บนถนนดินลูกรัง สีแดง ...
ฝ่าเปลวแดด ฝูงควาย ปลักโคลน ... ไปเรียนหนังสือ
ยิ่งช่วงหน้าฝน ... ก็ลำบากมากๆ
เพราะถนนเฉอะแฉะ สุดๆ ...
ทั้งลื่น ทั้งเละ ...
กว่าจะเข้าห้องเรียนได้ ... สภาพก็คล้ายๆ
เด็กนักเรียนหลังเขา ...
แข้งขา เลอะเทอะ เปื้อนโคลนมอมแมม
ดังนั้น ... จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า
สภาพของเรา ...
จึงเป็น "เด็กบ้านนอก" โดยสมบูรณ์แบบ จริงๆ ตอนที่ข้าพเจ้า มาเริ่มเรียนที่นี่
ก็ประมาณ ปี 2525 ... ก็เกือบๆ จะ 30 ปีแล้ว
ณ ตอนนั้น ... รุ่นพี่ๆ เขาบอกว่า
สถาบันเรา ... กำลังจะเจริญแล้ว น้องเอ๊ยยย ...
เราก็ได้แต่ทำตาปริบๆ ... แบบว่า ไม่อยากจะเชื่อ
เพราะ มองไปทางไหนๆ
ก็ ก็ ก็ ...
ก็มีแต่ทุ่งนา ... กับ วัวควาย ทั้งน้านนน ...
กลิ่นสาบโคลนควาย ... กลิ่นฟางข้าว ...
กลิ่นปุ๋ยสด ปุ๋ยหมัก ....
สามารถ สัมผัสกันได้จริงๆ ...
ณ ตอนที่สร้างสถาบันฯ ใหม่ๆ
ก็คือ การพลิกผืนนา ... ให้มาเป็นสถานศึกษา
ดังนั้น ...
ในสมัยแรกๆ โน่น
ต้นไม้ สักต้น ... ก็ยังไม่มีเลย
ทุกอย่างเริ่มต้น จากศูนย์ ... โดยแท้
จากภาพ ...
นี่คือ สภาพหอประชุม - ตึกโทร / เสาโทร
ณ ในตอนที่สร้างเสร็จใหม่ๆ ....
ส่วนภาพนี้ คือ ด้านหลังตึก A ...
จะเห็นได้ว่า ...
เป็นการสร้างตึก บนท้องนาโดยแท้
บ่อดิน ที่ขุดมาถมที่ เพื่อสร้างตึก
ก็กลายเป็นสระน้ำหลังตึก A ในวันนี้
ในสมัยนั้น เราจะเรียก ตึก A
กันอย่างง่ายๆ เรียกว่า ... ตึกหก
เพราะ เป็นอาคารสูง 6 ชั้น ...
และ ก็ถือเป็นภูมิใจนิดๆ ของเด็กบ้านนอก ว่า
ตึกนี้ ... ได้รับการจัดอันดับ ว่า
เป็นตึกที่สูงที่สุด ในเขตลาดกระบัง-หนองจอก-ลำปลาทิว
อะไร ประมาณ นั้น ....
ณ ในช่วงที่ข้าพเจ้า กำลังเรียนอยู่
หากยืนริมหน้าต่าง แล้วมองลงไปจาก ตึก A ...
ก็จะเห็นภาพนี้ ...
คือ ... หอประชุมใหญ่ อันอลังการ
และหากดูดีๆ ....
จะเห็นถนนฉลองกรุง เส้นน้อยๆ
ตีโค้งผ่านหน้า ตึกเล็ก ตึกน้อย ... สีขาวๆ
นั่นคือ ... คณะวิทยาศาสตร์ ที่กำลังเริ่มสร้างตึก
ตรงหัวโค้งนี้ ... ณ ช่วงเวลานั้น
ยังคงว่างเปล่า ... เป็นทุ่งนาธรรมดาๆ
แต่ ณ ปัจจุบัน นี้ ...
คือ ที่ประดิษฐาน
พระบรมราชานุสาวรีย์ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ....
ศูนย์รวมจิตใจ อันยิ่งใหญ่ ของพวกเราทุกคน .... ในทุกวันนี้
สิ่งที่คนในยุคสมัยของข้าพเจ้า ดีใจกันมากที่สุด
ก็คือ ...
ในที่สุด ...
เราก็มี พระจอมฯ ไว้เคารพสักการะ ...
เป็นของเราเอง ... ซะที
นับจากนั้นมา ....
เวลาเด็กๆ ที่เข้ามาใหม่ ในปีหนึ่ง
ก็ต้องถูกพามาไหว้พระจอมฯ กัน ... โดยถ้วนหน้า
เรามีความสุขมากๆ ...
ที่ได้พาน้องๆ เดินกันเทิ่งๆๆๆ ... บนถนนสายเปลี่ยว
ข้ามทางรถไฟ ... ไปไหว้พระจอมฯ กัน
ความรู้สึก ณ ตอนนั้น
ก็แบบว่า ... รู้สึกว่า
เป็นการเดินที่ไกล แสนไกลมากๆ ...
สภาพสิ่งแวดล้อม และ บรรยากาศ ... ก็ได้อารมณ์มากๆ
ถนนเงียบๆ รถยนต์ผุๆ .... ฝุ่นคละคลุ้ง
บึงบัวขนาดใหญ่ ริมทาง ... ท้องฟ้าสดใส
สายลมยามเย็นๆ ... พัดพริ้ว
.... เป็นสุขใจโดยแท้ ...
เมื่อได้ระลึกถึง ความรู้สึกนี้
หอประชุมใหญ่ ของเรา ... สวยมากๆ
ดูทันสมัย ... มี design ที่กิ๊บเก๋สุดๆ ...
ได้ชื่อว่า ...
เป็นหอประชุมที่สวยที่สุด ณ ยุคนั้น
เพราะ มีการออกแบบทั้งด้านสถาปัตยกรรม
และ ระบบ แสง เสียง ... ฯลฯ ได้ดีที่สุด
ภายนอก ... ก็ดูดี มีระดับ
ภายใน ... ก็เรียบหรู ดูทันสมัย
อลังๆๆๆๆ .... อลังการจริงๆ
สำหรับที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ....
ศูนย์กลางความเจริญ ทั้งหลายทั้งปวง ...
ก็อยู่ที่ ตึก A ... เท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็น ... ห้องเรียน ห้องชุมนุม ... หรือ
ห้อง music สำหรับซ้อมดนตรี ... ฯลฯ
อะไรๆ ... ก็อยู่ที่ตึกนี้หมด ...
แบบว่า ... คึกคักทั้งวัน ทั้งคืน ...
รถจอดหน้าตึก ... คับคั่ง
อิอิ ... รถสองล้อปั่น ... ทั้งน้าน
ส่วนรถเก๋งนะหรือ ...
นานๆ จะมีวิ่งตะลุยฝุ่น เข้ามาสักคัน
สิ่งที่งดงาม และ น่าดูน่าชม มากๆ
ของคณะเรา ...
ก็คือ ... ต้นชมพูพันทิพย์
ดอกสีชมพู ทุกหนทุกแห่ง รอบคณะวิศวะฯ
โดยเฉพาะ ... ณ ช่วงเวลาต้นๆ ปี
ตรงช่วงเวลารอยต่อ ระหว่างหน้าหนาว กับหน้าแล้ง ....
ดอกสีชมพู บานสะพรั่งทุกหนทุกแห่ง ...
ชมพูๆๆๆๆ ....
เบ่งบาน และ ร่วงหล่นตลอดรายทาง
ณ ปัจจุบัน ...มี เหลือรอดอยู่ เพียงไม่กี่ต้น
เฮ้อออ ....
โลกสีชมพู .... ของข้าพเจ้า
เหลือเพียงแค่เศษเสี้ยวความทรงจำ จริงๆ ....
นี่คือ ... ตึกกิจฯ ในปัจจุบันนี้
เชื่อไหมว่า ....
ในสมัยข้าพเจ้า ... ที่นี่ คือ คณะครุศาสตร์ฯ
ต่อมา ... ครุฯ ก็ย้ายไป
เรา ... ก็ยึดครองเป็นตึกกิจกรรม
ส่วนลานดิน ตรงหน้าตึก ...
เราก็ช่วยกันถากถาง ไว้จัดงานเลี้ยง
และ ใช้เตะบอล เตะตะกร้อกัน ตอนเย็นๆ
และ ในที่สุด ...
ก็ช่วยกันลงแรง ลงมือปรับพื้น เทปูน ...
กลายเป็นสนามกีฬาเล็กๆ ....
และ เรียกชื่อว่า ... สนามโภไคยอุดม
ตามนามสกุล ของท่านอดีตคณบดีฯ ในสมัยนั้น
ลองมาดู ...
ตึกภาควิชาต่างๆ ณ ยุคนั้น ... สักนิด
นี่คือ ... ตึกโทรคมนาคม
สีสวยสดใส ... แดงอมชมพู
งามแบบคลาสสิค โดยแท้หากเดินข้ามทางรถไฟไป
ก็จะพบ ... ตึก Power ของชาวไฟฟ้า ....
ตึกเล็กๆ สีขาวๆ .... น่ารักสุดๆ เช่นกัน
นี่คือ ... ตึก B
สมัยข้าพเจ้า ... ถือว่า อลังการสุดๆ
เป็นที่ตั้งของภาค Computer / Electronics / Control
ตึกนี้ ... ออกแบบงดงาม ซับซ้อน
ที่สำคัญ .... ลมเย็นดีมากๆ
เพราะ มีท้องนาสีเขียวๆ ล้อมรอบ
และ
หากมองดีๆ ... ทางมุมซ้าย-บน
จะมี .... ตึกเล็กๆ หลังน้อยๆ สีขาวๆ
นั่นคือ ... ตึกเครื่องกล ณ ยุคนั้น
ใช่แล้ว ... ณ ปัจจุบันนี้
ก็คือ ... ตึก IE บ้านหลังน้อยของพวกเรา นั่นเอง ....
จากนั้น ....
หลังจากที่ข้าพเจ้า จบการศึกษาในปี 2529
ก็เริ่มมีตึกใหม่ๆ สร้างขึ้นมาเรื่อยๆ
นี่คือ ... ตึกวัดคุมฯ
ด้านหลัง ... ยังเห็นสภาพทุ่งนา สีเขียวๆ อยู่
ต่อมา ... ก็มีตึกเครื่องกล
เรียบๆ ... แต่ดูดี เช่นกัน
นี่คือ ... ตึก 12 ชั้น หรือ ตึกโหล
สมัยสร้างเสร็จใหม่ๆ ... ยังไม่มีป้ายชื่อคณะวิศวะ
ณ อีกฟากหนึ่งของทางรถไฟ ...
นี่คือ ... ตึกพระเทพฯ สมัยสร้างเสร็จใหม่ๆ
ตึกนี้ ...ได้รับงบประมาณการก่อสร้าง จากประเทศญี่ปุ่น ....
ดูเรียบๆ ... แต่ก็มีสไตล์แนวญี่ปุ่นๆ
ออกแบบดี .... มีระเบียงกว้างใหญ่ รับลมเย็นสุดๆ
สมัยนั้น ... ประเทศไทย ประกาศลดค่าเงินบาท พอดี
ดังนั้น ...
เงินเยนที่ได้จากญี่ปุ่น ...
ก็เพิ่มมูลค่า เมื่อแปลงเป็นเงินบาท
เงินส่วนเกินนี้ ... กลายเป็นสระว่ายน้ำขนาด มาตรฐาน
ที่ใช้มาตราบจนทุกวันนี้
สมัยนั้น .... คลาสสิคสุดๆ
เพราะ ได้อารมณ์เหมือนว่ายน้ำ กลางทุ่งนา
ในสระมาตรฐานสากล ...
ลมเย็นๆ อากาศโล่ง และสดชื่นสุดๆ ...
เป็นสระว่ายน้ำ ที่ลืมไม่ลงจริงๆ ...
แม้วันเวลา ...
จะผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้ว
แต่ทุกๆ สัมผัส ...
ของการใช้ชีวิตของเด็กนักศึกษาบ้านนอกๆ คนหนึ่ง
ยังติดตรึงในหัวใจ ของข้าพเจ้าเสมอ ....
จำได้ว่า ... ณ ตอนนั้น
บางที ... ข้าพเจ้าก็นึกอับอายและน้อยใจ
ที่ต้องมาเรียน ณ สถานที่แบบนี้
เป็นกรุงเทพฯ แท้ๆ ...
แต่ก็ทุรกันดาร ยิ่งกว่าต่างจังหวัด
ไม่มีห้างสรรพสินค้า ไม่มีโรงหนัง ไม่มีรถเมล์
ไม่มีโทรศัพท์ แม้แต่เบอร์เดียว ....
แบบว่า ...
ตู้โทรศัพท์สาธารณะแบบหยอดเหรียญ ... ก็ยังไม่มีเลย
อยู่กันแบบ อดๆ ทนๆ ...
ตามมี ตามเกิด โดยแท้ ...
แต่ ... ณ ปัจจุบัน แห่งปี 2552
ทุกอย่างในสถาบันฯ เรา ... เปลี่ยนไปมากมาย
ตึกใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมาย ราวถั่วงอก ....
ที่จอดรถ ไม่เพียงพอ
ทุกเช้า ทุกเย็น ... รถติดสุดๆ
แม้แต่บนหัวของเรา ...
ก็จอแจคับคั่ง และ ส่งเสียงรบกวนตลอดเวลา
ด้วยสารพัดเที่ยวบิน จากทุกมุมโลก ...
ที่บิน เข้าออก สนามบินสุวรรณภูมิ
แต่อีกไม่นาน ...
ก็จะมี เส้นทางคมนาคมใหม่
จากสุวรรณภูมิ ... สู่ใจกลางกรุงเทพฯ
ตามแนวเส้นทางรถไฟ สายเก่าแก่ของเรา ....
ก็ ... Airport Link อะไร นั่นแหละ ...
เขาบอกว่า ....
รถสาย Express จะวิ่งแบบรวดเดียว
สุวรรณภูมิ - มักกะสัน
ด้วยความเร็ว ประมาณ 160 กม./ชม.
ใช้เวลาเดินทาง ... เพียง 15 นาทีเท่านั้น
ส่วนรถสายธรรมดา เรียกว่า ... City Line
จะแวะจุดทุก สถานี
ก็ใช้เวลา ไม่เกิน 30 นาที .... เท่านั้น
ดังนั้น ...
จากใจกลางกรุงเทพฯ ... ก็จะไม่ยากนัก
ที่เดินทางสู่แผ่นดินลาดกระบัง อันไกลโพ้น
ก็ ...
เริ่มจาก สถานี BTS พญาไท ... แล้วก็ ... วิ่งจะคร่อมตามแนวทางรถไฟ ...
ไปยังสถานีราชปรารภ
แล้วเข้าสู่ สถานีมักกะสัน .... ที่เป็นศูนย์ใหญ่
แล้วก็ ... ไปยังสถานีรามคำแหง
ก็คือ แถว ๆ ... สถานีรถไฟคลองตัน นั่นแหละ
แล้วก็เข้าสู่ ... สถานีหัวหมาก
แล้วก็ ... สถานีบ้านทับช้าง
สมัยก่อน ...
มีเรื่องเม้าท์กันเล่นๆ ว่า
ณ ยุคโบราณ ...
แถวๆ สถาบันฯ เรา ... มันคงจะเป็นป่า เป็นดงแน่ๆ
เพราะชื่อ สถานีรถไฟ ... ที่เป็นชื่อสัตว์ป่า ก็มีมาก
เช่น หัวตะเข้ หรือ ทับช้าง ... ฯลฯ
ประมาณ ว่า ...
แค่เลยหัวหมาก ออกมานิดนึง ...
ก็คงจะมีแต่โขลงช้างป่า ออกมาเดินหากินเพ่นพ่าน แน่ๆ...
แบบว่า ...
ช้างป่ามากมาย... จนรถไฟ ทับช้างตายบ่อยๆ
จนชาวบ้าน ...
เรียกสถานีรถไฟ แห่งนี้ว่า ... ทับช้าง
อิอิ ...
และท้ายสุด ... ก่อนเข้าสุวรรณภูมิ
ก็คือ สถานีลาดกระบัง ...
ก็แถวๆ ถนนร่มเกล้า นั่นแหละ ....
นี่คือ ... การเดินทาง ณ โลกยุคปัจจุบัน
ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในไม่ช้านี้ ....
ข้าพเจ้า ....
เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลง ทั้งหลาย
อย่างตื่นตา ตื่นใจ ....
สมัยโน้น ...
การเดินทางเข้าเมืองหลวง ในแต่ละครั้ง
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ ...
แบบว่า ....
มีเรื่องเล่าแบบ dirty นิดๆ .... ว่า
แม้แต่ ... คนขับรถไฟ สายนี้
เวลาออกไปทำงาน ...
จะต้องขับรถไฟ ผ่านบ้านพักรถไฟ
ที่ตั้งอยู่ข้างๆ สถานีมักกะสัน
ก็ยังรู้สึก อาลัย อาวรณ์ ...
และนึกถึงภรรยาทุกครั้ง ที่จากกันไกล
จึงมีการตั้งชื่อ... สถานีรถไฟนี้ว่า
... "มัก-กระสัน"
แบบว่า ... เวลาท่านขับรถไฟ ผ่านสถานีนี้ทีไร
ก็มักจะ ... กระสัน ทุกครั้ง ...
รู้สึกเสียวแปล๊บๆๆๆๆ ... แทบขาดใจ
หุหุหุ ...
ด้วยประการทั้งปวง ...
ข้าพเจ้า ขอจบเรื่องราว ความทรงจำเล็กๆ ...
ของเด็กนักศึกษาวิศวะบ้านนอก คนหนึ่ง
แต่เพียงแค่นี้ ...
และ
ก็ขอฝากข้อคิดเล็กๆ ...
ว่า ...
ณ วันนี้ ... ณ ปัจจุบันนี้
บางสิ่งบางอย่าง ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา
อาจจะไม่สมหวัง หรือ อาจจะดูแย่ๆ
หรือ ...
อาจจะไม่ใช่ ... สิ่งที่ถูกใจเรานัก
แต่ ...
ความจริงแล้ว ...
มันก็อาจจะไม่เลวร้าย ... ขนาดนั้น ก็ได้
สิ่งดีๆ ...
และ คุณค่าดีๆ ของสิ่งเหล่านั้น
ก็ยังมีอยู่ .. อย่างแน่นอน
เพียงแต่ ... เราจะยังไม่สังเกตุเห็น
ก็ ...
อย่าเพิ่งท้อแท้ ... และ
อย่างเพิ่งท้อถอย ...
เพราะ
ทุกๆ ความลำบาก ... และ ทุกๆ ความอดทน
มีผลตอบแทน ... ที่งดงามเสมอ
สู้ๆ ... นะ
พี่น้องทั้งหลาย
...........................................
.................
...
.
ขอขอบคุณ ภาพเก่าในอดีตทั้งหลาย
ที่ได้มากจาก multiply ดีๆ ...
โดย ภาพทั้งหลายเหล่านี้
เป็นภาพที่จัดแสดง ...
ในนิทรรศการภาพถ่าย "ลาดกระบังในอดีต"
ที่จัดโดย photo club ของเรา ... เมื่อตอนต้นปี ที่ผ่านมา
และ ท่านเจ้าของ multiply นี้
ก็อุตส่าห์ บรรจงถ่ายทุกๆ รูปเก็บไว้
แล้ว นำมาลงเผยแพร่ไว้ ... ให้พวกเราได้ดูกัน
ข้าพเจ้า ก็ต้องขอขอบคุณ
ทั้งผู้จัดนิทรรศการดีๆ .... และ เจ้าของ multiply นี้
มากๆๆๆๆๆ ...
มากเกินคำบรรยายใดๆ
และ ขอบังอาจ ...
แอบตบแต่ง เพิ่มเติม สีสันเล็กๆ น้อยๆ ของรูปภาพเหล่านี้ ...
เพื่อ ความสดใส .... เมื่อย้อนนึกไปถึงวัยหวาน ของข้าพเจ้า
และ
สำหรับภาพโครงการ Airport Link นั้น
ก็เอามาจาก ....
ก็ ...
ขอขอบพระคุณมากๆๆๆๆ เช่นกันครับ


6 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เห็นต้นชมพูพันทิพย์ แล้วนึกถึงโรงเรียนเก่า
เพราะเป็นต้นไม้ประจำโรงเรียน
เมื่อก่อน จะขึ้นรอบๆสนามบอล
เวลาหน้าหนาว ทั้งต้นจะเป็นสีชมพู เหมือนดอกซากุระ
แต่ตอนนี้ทั้งโรงเรียนเหลืออยู่ต้นเดียว
เห็นแล้วคิดถึงจริงๆ


ไอ้ฉ่ำ Z10

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Miss U, KMITL

Z-H ไอ่แก่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คึดถึงอดีตขึ้นมาเลยครับพี่...
> ว้อมกีฬาข้างทางรถไฟ ตรงข้ามตึก 12 ชั้น
(ตอนนี้เป็นสนามกีฬาแล้วววว)
> ขึ้น-ลงสถานีรถไฟหัวตะเข้ แล้วเดินลัดหนองน้ำและป่าต้นกกข้างคลองเลียบหอสมุดพร้อมกับหลบสัตว์เลื้อยคลานบ้างเป็นบางเวลา...
(ตอนนี้เป็นถนนอย่างดี)

เด็กบ้านนอก
IE01

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมว่าสมัยก่อนสวยกว่าตอนนี้มากๆ เดียวนี้ดูรุงรังไปหมดเลย ชมพูพันทิพย์เดี่ยวนี้ไม่เด่นเลย (หรือตอนเรียนเมาอยู่จำไรไม่ค่อยได้)

ปล.พี่จบ 2529 แต่ผมเกิด 2529 555+

อ่ะล้อเล่นครับ

ปู

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงภาควิชา คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ คิดถึงอาจารย์ คิดถึงเพื่อนๆ..สิทธิ์IE01

lovodath zs กล่าวว่า...

คิดถึง ฃาว IE ทุกคนครับ ^0^