ก่อนอื่น ...
ข้าพเจ้า ใคร่ขอต้อนรับ
เหล่าสมาชิก IE Story ทั้งหลาย
ที่อุตส่าห์ ติดตามผลงานของข้าพเจ้ามา 2 ปีเต็มๆ ....
แบบว่า ... หนาวๆ ร้อนๆ ... สุขๆ ทุกข์ๆ กันไปๆ มาๆ
ก็ ... ขึ้นสู่ปีที่สาม ซะแล้ว
ข้าพเจ้า ก็หวังว่า ...
ทุกๆ ท่าน คงจะติดตามอ่านไปเรื่อยๆ
ก็ อย่าเพิ่งเบื่อกัน นะ ...
นะ นะ นะ

ข้าพเจ้า ตั้งใจมานานแล้ว
ที่อยากจะเล่าเรื่อง วันสงกรานต์ปีนี้ ... สักเล็กน้อย ...
และ ความจริง IE Story ตอนนี้
ก็เริ่มเขียนมา ตั้งแต่ยังไม่ถึงวันสงกรานต์ โน่นแน่ะ ...
เขียนๆ แก้ๆ ลืมๆ หยุดๆ ...
พลิกผันไปตามสถานการณ์บ้านเมือง ไปเรื่อยๆ
และในที่สุด ก็เพิ่งจะมาเขียนจนจบได้ ในวันนี้

สงกรานต์ปีนี้ ...
"น่าจะ" เป็นสงกรานต์ที่สนุกมากๆ ปีหนึ่งของเมืองไทย
เพราะ อากาศร้อนจัดมากๆ
ดอกไม้ตามถนนหนทาง บานสะพรั่ง
ท้องฟ้าสดใส ... เหมาะแก่การสาดน้ำ ยิ่งนัก

นอกจากนี้ ...
ณ เศรษฐกิจแย่ๆ แบบนี้
หากได้ท่องเที่ยวแบบบ้านๆ ...
เฉลิมฉลองแบบฮาฮา ... ค่าใช้จ่ายต่ำๆ
ก็น่าจะช่วยผ่อนคลาย ความเครียด
ของพวกเราชาวไทย ไปได้บ้าง
แต่ แต่ แต่ แต่ ....

แต่ .. สงกรานต์ปีนี้ ... บรรยากาศกลับเครียดสุดๆ
ด้วยความร้อนแรง ของสถานการณ์การเมืองจะไปไหนมาไหน ก็ไม่สบายใจ ...

ดูเหมือนบ้านเมือง ตกอยู่ในภาวะสงคราม
ผู้คนแตกแยก ทะเลาะเบาะแว้ง ....
แบบว่า ... เห็นอะไรสีเขียวๆ แดงๆ เหลืองๆ น้ำเงินๆ ...
ก็ผวาไปหมด
ความสุข ความสนุก ความสบายใจแบบสงกรานต์ๆ
ก็กร่อยลงไปเยอะ
เฮ้อออ .....
คิดถึงรอยยิ้มดีๆ ... ความสุขแบบเต็มอิ่ม
แบบที่พวกเราคนไทย เคยมีมาในวันสงกรานต์ ...
คิดถึงจริงๆ อ่ะ ...
ความจริง ... สงกรานต์ ณ ปี 2552 นี้
คงจะไม่ใช่วันสงกรานต์ ปีแรก ... ที่คนไทยไร้ความสุข
เพราะ ความจริงแล้ว ... พวกเราชาวไทย
เคยมีวันสงกรานต์ ที่ทุกข์ระทม แสนสาหัส มาแล้ว ...
เป็นทุกข์ของแผ่นดิน ที่ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว
เรื่องราวนี้ ... เกิดขึ้นมานาน แสนนาน ...
จนพวกเรา ในปัจจุบันนี้
ต่างก็ลืมเลือนความรู้สึกนี้ ไปกันหมดแล้ว 
ถอยหลังไปหลายร้อยปี ... ตั้งแต่สมัยอยุธยา โน่น ...
เมืองไทย ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ...
อาจจะผ่านร้อน ผ่านหนาว ... ผ่านทุกข์ผ่านสุขมาบ้าง
แต่ก็ ยังรักษาบ้านเมืองอยู่รอดมาได้ ... ตลอด 400 กว่าปี
ตราบจนสงครามครั้งสุดท้าย ของอยุธยา
ที่พม่ายกกองทัพขนาดมหาศาล ... มาปิดล้อมอยุธยาอยู่ ปีกว่าๆ
ทำให้ผู้คน พลเมืองอยุธยาทั้งหลาย
มีความเป็นอยู่อย่างลำบาก ...
ขาดทั้งเสบียงอาหาร ขาดทั้งกำลังใจ
ขาดทั้งผู้กล้า ... ที่จะสู้รบ
ถึงแม้จะมีการเจรจา ขอยอมแพ้ ขอยอมเป็นเมืองขึ้น
แต่พม่า ก็ไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ ...
เพราะ พม่ามุ่งหมาย ที่จะได้ทรัพย์สมบัติและผู้คนของอยุธยา
มากกว่า ที่จะได้อาณาจักรอยุธยาเป็นเมืองขึ้น
อีกทั้ง ... ยังมีความมุ่งหวังอันแรงกล้า
จะทำลายล้างอยุธยา ให้สิ้นซาก ... ไปจากผืนแผ่นดิน

ครั้นถึงวันอังคารเดือน 5 ขึ้น 9 ค่ำ ปีกุน (นพศก จ.ศ.1129)
ตรงกับ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณบ่ายสามโมง
พม่าจุดไฟสุมรากกำแพงเมือง ตรงหัวรอที่ริมป้อมมหาชัย
และยิงปืนใหญ่ระดมเข้าไปในพระนคร จากบรรดาค่ายที่รายล้อมทุกค่าย
พอเพลาพลบค่ำ กำแพงเมืองตรงที่เอาไฟสุมทรุดลง
พอเวลา 2 ทุ่ม ....
แม่ทัพพม่ายิงปืนเป็นสัญญาณให้ทหารเข้าพระนครพร้อมกันทุกด้าน
ทหารอยุธยาที่รักษาหน้าที่ปกป้องบ้านเมือง ... ก็หมดกำลังจะต่อสู้
กองทัพพม่า ... ก็ สามารถเข้าพระนครได้ในเวลาค่ำวันนั้น
แล้ว ...
จึงเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าข้าศึก ณ ค่ำคืนวันนั้นเอง ...

พม่าได้บุกเข้ามายังตัวพระนคร ในตอนกลางคืน
แล้วจุดไฟเผาบ้านเรือนของชาวบ้าน ตลอดจนปราสาทราชมณเทียร
ทำให้ไฟไหม้ลุกลาม .... แสงเพลิงสว่างดั่งกลางวัน
เป็นเวลานาน ถึง 9 วัน 9 คืน ...
ถือได้ว่า .... เป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาลสงกรานต์ของไทย ...
ที่แสนเศร้า และเจ็บปวดที่สุด
การเสียกรุงศรีอยุธยา ในครั้งนี้
เป็นการสูญเสียที่ใหญ่หลวง ของชาติไทย
เพราะนอกจาก จะมีการเผาบ้าน ทำลายเมืองเสียมากมาย แล้ว
ทหารพม่า ก็ยังไล่ฆ่าฟันผู้คนล้มตายเป็นอันมาก
ทรัพย์สินและสมบัติทั้งหลาย ... สูญเสียถูกทำลาย
และ ถูกพม่าขุดค้นไปทั่วทุกแห่งหน
เหมือนจะตั้งใจว่า ... จะไม่ให้ไทย
มีทรัพย์สมบัติอะไร... เหลืออยู่ติดแผ่นดินเลย
แม้แต่ วัดวาอารามอันวิจิตรงดงาม
เป็นที่เคารพในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาเดียวกับพม่า
ก็ยังถูกพม่า ... เอาไฟเผา และ เอาไฟสุม
เพื่อให้ทองคำหุ้มองค์เจดีย์และพระพุทธรูป ละลาย
แล้วเก็บเอาทองคำเหล่านั้น ไปใช้ประโยชน์ที่เมืองพม่า
อีกทั้ง ได้มีการกวาดต้อนคนไทย ไปเป็นเชลยและทาสยังเมืองพม่า
และ เนื่องจาก เชลยชาวไทยเหล่านั้น
มีจำนวนมากมายยิ่งนัก
จนโซ่ตรวน หรือเครื่องพันธนาการอื่นใด ก็มีไม่เพียงพอ
ดังนั้น
พม่า จึงเจาะบริเวณเอ็นเหนือส้นเท้าของเหล่าเชลยไทย
แล้วร้อยด้วยหวาย ติดกันเป็นพวง
พาเหล่าเชลย บุกป่าฝ่าดง ... เดินทางด้วยเท้า ...
จากอยุธยา ไปสู่กรุงอังวะ ประเทศพม่า
นับแต่นั้นมา ...
คนไทย จะเรียกบริเวณเอ็นเหนือส้นเท้าว่า “เอ็นร้อยหวาย ”

แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่า ...
เพียงแค่เวลา ผ่านไปเพียง 200 กว่าปี ...
พวกเราชาวไทย ... ก็แทบจะ ลืมเลือนเรื่องราวเหล่านี้ไปหมด
ลืมได้อย่างง่ายดาย ....ลืมความยากลำบาก ... ลืมความสามัคคี
ลืมที่จะรักกัน เข้าใจกัน ....

หลายๆ คน ... หลายๆ ฝ่าย ... หลายๆ สี
ต่างก็ชอบพูด อวดอ้าง ว่า
... รักชาติ รักสถาบัน .... เสียสละเพื่อชาติ
แต่ไปๆ มาๆ ... พฤติกรรมทั้งหลาย
ก็ไม่ต่างกับ ข้าศึกสมัยอยุธยา ...
ที่เผาบ้าน เผาเมือง ของตนเอง ... ให้สิ้นซาก

เฮ้อออ ....

อย่างไรก็ตาม ... ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าไปอยุธยา
ข้าพเจ้าก็จะได้นึก ได้คิด
ได้เตือนสติตนเอง ในเรื่องเหล่านี้เสมอ

อยุธยา ... มรดกโลก ณ วันนี้
กลายเป็นเมืองที่ดูแปลกๆ ไปมากมาย
วัดวา อาราม ... ปราสาทราชวังเก่าแก่ ถูกรุมล้อมด้วย ... สิ่งก่อสร้างใหม่ๆ
ทาวเฮ้าส์ ล้อมวัง ... ตึกแถวล้อมวัด
เซเว่น และ แผงขายโรตีสายไหม ... ผุดขึ้นมาทุกมุมเมือง

ฝรั่งต่างชาติ ขวักไขว่ ...
ท่องเที่ยวทั่วเมือง ...

แบบว่า ... ผมดำ ผมทอง
ขาวสวย หมวยเอ็กซ์ ... มีครบหมด

ร่องรอย ... ความอลังการ
ยังคงเหลือไว้ ให้ลูกหลาน ได้กราบไหว้บูชา

ทรัพย์ สมบัติมีค่า ต่างๆ นานา
ล้วนถูกปล้นชิง ไปแทบจะหมดสิ้น
ส่วนที่เหลืออยู่ ... แม้เพียงจะน้อยนิด
แต่ก็ สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจ ให้คนรุ่นหลัง
ได้มากมาย ...
นี่คือ ... กรุสมบัติแห่งวัดราชบูรณะ

ทางลงไปชมกรุแห่งนี้ ... ทั้งชันทั้งแคบ ...

คนร่างใหญ่ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ด้วยประการ ทั้งปวง ...

หากมีเวลา ... ลองแวะไปเที่ยวอยุธยาสักนิด

นอกจากจะมี ของกินดีๆ อร่อยๆ ...
ที่ราคาไม่แพงนัก
เช่น ... ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก รสเด็ด
ราคาชามละ 15 บาท เท่านั้น ...

ตบท้ายด้วย ...
ต้มแซ่บๆ .... ตีนไก่ต้มยำ
หม้อละ 20 บาทถ้วน ... รสแซ่บเกินบรรยาย
ตีนไก่ ทั้งนุ่ม ทั้งเด้ง ....
สุดยอดๆๆๆๆ

สิ่งที่สำคัญ ... เวลาไปอยุธยา
ก็ไม่ควรจะลืม ที่จะแวะไปสักการะ
เหล่าองค์กษัตริย์ และ ผู้กล้าทั้งหลาย

ท่านทั้งหลายเหล่านี้
ได้อุทิศทั้งชีวิต และ เลือดเนื้อ ...

เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย ของเรา
ทำให้เรา ... เป็นไท ได้ตราบจนทุกวันนี้
แต่พอดูๆ ไป ....
สมัยนี้ .. เวลาพวกเราชาวไทย
ไปกราบไหว้กัน ทีไร
ก็ได้แต่ขอหวย ขอโชค ... ขอให้ร่ำรวย ขอให้ใหญ่โต
สมัยพระองค์ท่าน ยังมีพระชนม์ชีพอยู่
ก็ต้องสู้รบ ปกป้องบ้านเมืองแทบตาย ...
แต่ พอมาถึงสมัยนี้ ...
พระองค์ท่าน ก็ยังถูกรบกวน
ขอเลข ขอหวย ขอโชค ขอลาภ อีก ....
เฮ้ออออ ... คนไทย หนอ
เฮ้ออออ ...
ด้วยประการทั้งปวง .... ที่เขียนมามากมาย ... ข้าพเจ้า ก็ไม่ได่มุ่งหวังอะไรมากมาย
ก็เพียงแค่ ... รู้สึกหงุดหงิดใจ แบบเล็กๆ
ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันสงกรานต์ ปีนี้

เศษทราก ประวัติศาสตร์เก่าๆ ...
เรื่องราวเก่าๆ ... ความทรงจำเก่าๆ ... ความผิดพลาดเก่าๆ
เป็นบทเรียน ที่มีคุณค่าเสมอ
เพียงแต่ ... เราจะใส่ใจ และ เปิดใจ ... เพื่อเรียนรู้กันบ้าง หรือ ไม่ ?
ก็
ขอฝากไว้ ... เป็นข้อคิดแบบมีสาระเล็กๆ
ณ ตอนแรก ของ IE Story ปีที่สาม ...
แต่เพียงเท่านี้ แล.
...............................
5 ความคิดเห็น:
คนแรก!!!
สรรพสิทธิ์ Z-H
สุโค่ยมาก ๆ ครับท่านอาจารย์
คิดถึงนะครับ
Z-H ไอ่แก่
คิดว่าจะไม่อัพซะแล่ว
ชีวิตไม่ใช่ของตัวเอง เศร้า
ยินดีกับปีที่ 3 ของ IE Story นะครับ
ขอให้พี่เต่ามีความสุขกับการเขียน และเราพี่ๆน้องๆ IE ก็มีความสุขกับการอ่าน Blog นี้ไปนานๆครับ
อั้ม ZN02
พี่เต๋าครับ
ทำไม....มันไม่เป็น
http://iestory3.blogspot.com
ทำไม....
ทำไม....
ทำไม....
สวัสดีครับ____จาก Gateway Dog.
แสดงความคิดเห็น